วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

เด็กตัวโต กับ ความผิดพลาดของ หมอ





มันเริ่มจากเมื่อปลายปีที่แล้ว วันที่ 10 ธันวา 52 ถึงปัจจุบัน
ป๊ะป๊า ตกบันได้ แล้วก็ๆไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แน่นอนวันนั้นอาจจะไม่มีหมอเฉพาะทาง หรือหมอที่ดี ผลตรวจออกมา ป๊าขาแพลง อืม ตอนนั้นเราอยู่บริษัทพี่ได้ข่าวก็ตกใจถามป๊าว่าเปนไรมากป่าว ป๊าบอกว่าแค่ขาแพลง โอเคโล่งใจไป นึกว่าจะเปนอะไรมาก เพราะป๊าก็เปนโรคหัวใจด้วย กลัวจริงๆๆ
พอกลับมาบ้านมานั้งพิจารณาขาป๊า ทำไมมันบวม ทำไมมันเขียว นี่เท้าคนขาแพลงหรอเนี๊ยะ ใหญ่จริงๆๆเลย ป๊าก็ว่ายังงั้นทำไมมันใหญ่ ผ่านไป 1 คืน ป๊าทนไม่ไหวและ โทรถามเพื่อนพยาบาลดีกว่า
เค้ามาหาที่บ้าน เอายา เอา เฝือกอ่อนมาให้ใหญ่โตมากๆเลย เค้าก็เลยไปขอเช็คฟิลม์
ตกเย็นเค้าบอกให้เข้ามาคลินิกเลย อาจจะไม่ใช่แค่ขาแพลงและ มันอาจจะขาหัก หรือร้าว
แล้วความจริงก็ปรากฏ กระดูกร้าว เข้าโรงบาลเลย อาจจะต้องผ่า
โหหห น้ำตาจะไหล ให้พ่อข้าพเจ้าทนเจ็บ 1 คืน ตรวจบ้าอะไรไม่เหนว่าร้าวว เรียนหมอมาป่าวเนี๊ยะ ของขึ้นอย่างแรง เจ๊อยากเอาเรื่องมาก เพราะป๊าก็อายุเยอะ โรคประจำตัวก็มี แล้วตรวจอะไรยังงี้
และแล้วก็ต้องอยู่โรงบาลหยุดยา บางอย่างของโรคหัวใจ

ช่วงนั้นป๊าเซงมาก มันก็ขำดีนะเวลาป๊าทะเลาะกับพยาบาล เพราะพ่อต้องใส่ไอสำลีพันผ้า
ผมถอดได้ไหม อยากอาบน้ำ เนี๊ยะผมว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย ยังงี้ผมก็ทำเป็น
ให้ผมกับบ้านได้ไหม เดี่ยวตอนกลางคืนมานอนที่โรงพยาบาลได้ป่าว
ป๊าว่า มันเหมือนติดคุกเลย
นี่ข้าวโรงบาลหรอเนี๊ยะ จืด ไม่อร่อยเลยยย
อามป๊าว่า ไปเอารถเข็นมา ไปเที่ยวรอบโรงบาลกัน 555+ เด๋วโพสรูปให้ดู

ป๊าบ่นเยอะมาก แต่ก็ขำมากเหมือนกัน
ทำให้เรารู้ว่า จริงๆแล้วผู้ใหญ่ก็คือ เด็กที่ตัวโต นั่นเอง

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

กระดาษคำตอบ o-net


การทำข้อสอบ o-net ชุดใหม่เนี่ยให้เราแสดงความสัมพันธ์ มันมี 2 แบบ
แบบ 1 ใช้ วิชา วิทย์นะ
1. ข้อใดเป็นดาวเคราะห์วงใน
1) ดาวพุธ
2) ดาวศุกร์
3) โลก
4) ดาวพฤหัสบดี
5) ดาวเสาร์
6) ดาวอังคาร
คำตอบคือข้อ 1 กับ 2 ดังนั้นฝนสองข้อ
Part 2 กับวิชาภาษาไทย
1.ข้อใดไม่เข้าพวก
1) อาชา
2) พาชี
3) กุญชร
4) อัศวิน
คำตอบคือข้อ 3แต่คำถามเมื่อกี้ คือ ส่วนแรกส่วนที่สองคือจากข้อแรก สัมพันธ์กับอะไร
1) อักษรสูงนำหน้า
2) อักษรกลางนำหน้า
3) อักษรต่ำนำหน้า
4) อักษรตามนำหน้า
ตอบข้อ 2 อย่างเนี้ย

อ้อ ถ้าผิดส่วนใดส่วนหนึ่งเนี่ยเสียไป 2.5 คะแนนนะจ๊ะ


ต้อนรับปีใหม่ กับกระดาษคำตอบแผ่นใหม่
ของ ขวัญ จาก ศทส. แหม คุณป้าอุทุมพร คงจะมีความสุขนะ :) หุหุหุ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นับถอยหลัง


13 DAYS only

fight for !!!

Faculty of education
Silpakorn University
7/11/09
20/11/09

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นับถอยหลัง


14 DAYS only

fight for !!!

Faculty of education
Silpakorn University

6/11/09
20/11/09

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นับถอยหลัง

15 DAYS only
fight for !!!
Faculty of education
Silpakorn University
5/11/09
20/11/09

เข้ามหาวิทยาลัย “เพราะเห็นคุณค่า” หรือ “เพื่อใบปริญญา”


เข้ามหาวิทยาลัย “เพราะเห็นคุณค่า” หรือ “เพื่อใบปริญญา”

นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2547-2550 สถาบันอุดมศึกษาไทยมีนักศึกษาเพิ่มขึ้น โดยระดับปริญญาตรี ระหว่างปีการศึกษา 2547-2549 มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้น 497,542 คน 506,054 คน และ 549,235 คน ตามลำดับ และลดลงในปีการศึกษา 2550 ที่มีจำนวน 506,650 คน เช่นเดียวกับระดับปริญญาโท ที่นักศึกษาเพิ่มขึ้นช่วงปีการศึกษา 2547-2549 จำนวน 497,542 คน 51,733 คน และ 59,001 คนตามลำดับ แต่ลดลงในปีการศึกษา 2550 ที่มีจำนวน 52,992 คน ขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกเพิ่มขึ้นทุกปี โดยช่วงปีการศึกษา 2547-2550 มีจำนวนนักศึกษา 2,114 คน 3,098 คน 3,433 คน และ 3,888 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม มีนักวิชาการด้านการศึกษาและผู้ใหญ่ในสังคมหลายท่านแสดงความเป็นห่วงว่า จะมีนักศึกษาจำนวนมากเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาเพื่อต้องการปริญญา แต่ไม่ได้สนใจในสาขาวิชาที่เรียนอย่างแท้จริง และผลกระทบระยะยาวคือ แรงงานระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาล้นตลาด ซึ่งในประเด็นแรงจูงใจในการเรียนระดับอุดมศึกษา มีการกล่าวถึงในต่างประเทศเช่นกัน

ศ.ไมค์ ธอร์น (Mike Thorne) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแองเกลีย รัสกิน (Anglia Ruskin University) กล่าวว่า ปัจจุบันแรงจูงใจในการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่ได้อยู่ที่การรักในสิ่งที่เรียน แต่เกิดจากการเห็นว่าใบปริญญาเป็นเหมือนหนังสือเดินทาง ที่นำไปสู่โลกของการทำงาน มีนักศึกษาส่วนน้อยเท่านั้นที่มีค่านิยม “เรียนเพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรียน” ซึ่งค่านิยมดังกล่าวนี้ เริ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนโยบายการศึกษาของประเทศหลายข้อถูกผลักดันด้วยประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ ความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจและการศึกษามีไม่มากนัก ลูกตุ้มที่แกว่งไปมาระหว่าง 2 ด้าน มักจะแกว่งไปที่การศึกษามากกว่าเศรษฐกิจ นักศึกษาจะเห็นคุณค่าและรักในสิ่งที่เรียน แม้ว่าปริญญาบัตรที่ได้รับจะไม่นำไปสู่โลกของการทำงานในภาคธุรกิจ แต่อย่างน้อยก็ได้นำพวกเขาไปสู่โลกของนักวิชาการ ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประเทศ

ศ.เลวิส อีตัน (Lewis Elton) ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College Lodon) ได้แสดงความคิดเห็นในมุมตรงข้าม กล่าวว่า ความคิดของ ศ.ธอร์นไม่ใช่สิ่งผิด แต่หากมองอีกด้าน มหาวิทยาลัยมีบทบาทและภารกิจเพียงการเตรียมความพร้อมนักศึกษาสำหรับการใช้ชีวิตจริงในโลกของการทำงาน แต่ไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแรงจูงใจในการเรียนของนักศึกษาได้ อีกทั้ง บรรดานายจ้างไม่ได้กำหนดชัดว่าพวกเขาต้องการพนักงานที่มีแรงจูงใจที่ถูกต้องทั้งในการเรียน แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ ความสามารถในการทำงาน

ผมมีความคิดเห็นว่า แรงจูงใจในการเรียนที่เกิดจากการรักสิ่งที่เรียนมีความสำคัญ และไม่ได้ผิดอะไร หากนักศึกษาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในบางสาขา โดยมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องได้ปริญญาเพื่อเบิกทางเข้าทำงานในสาขาที่สนใจ แต่สภาพจริงกลับพบว่า มีนักศึกษาจำนวนมากไม่ได้ตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกว่า จะเรียนสาขาใดหรือจบออกไปจะประกอบอาชีพใด แต่เรียนอะไรก็ได้เพื่อให้ได้ใบปริญญา ความตั้งใจเรียนจึงมีไม่มากนัก

ลักษณะของนักศึกษาที่เรียนเพื่อให้ได้ใบปริญญา เช่น เรียนสาขาอะไรก็ได้ที่สอบติด หรือเรียนไม่ยาก จบง่าย และไม่สนใจว่าจะนำความรู้ที่ได้เรียนนั้นไปใช้ประโยชน์หรือไม่ พฤติกรรมการเรียนมีลักษณะ เข้าเรียนบ้างไม่เข้าเรียนบ้าง อาศัยการถ่ายเอกสารจากสมุดบันทึกคำบรรยายของเพื่อนหรือเอกสารที่แจกในห้องเรียนเอาไว้อ่านช่วงใกล้สอบ นักศึกษาบางคนเรียนไปเรื่อย ๆ เกิดความเบื่อหน่ายในสิ่งที่เรียน ใช้วิธีเปลี่ยนสาขาวิชาหรือเปลี่ยนคณะ พฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเปล่าของงบประมาณ เพราะค่าเล่าเรียนของนักศึกษากว่าครึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน แต่ประเทศกลับไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและสังคม หรือได้นักวิชาการที่มาสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ในทางตรงข้าม นักศึกษาที่มีแรงจูงใจเพื่อต้องการวิชาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการทำงานภาคธุรกิจหรือเป็นนักวิชาการ จะมีพฤติกรรมที่แตกต่างคือ นักศึกษาจะมีเป้าหมายว่าต้องการเรียนในสาขาวิชาหรือคณะใด โดยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ เพื่อไปเป็นนักวิชาการหรือทำงานในบริษัทที่รับคนจบในสาขาวิชาดังกล่าว พฤติกรรมในการเรียนจะเรียนอย่างตั้งใจมากกว่านักศึกษาที่มีแรงจูงใจอยู่
ที่ใบปริญญาบัตร

การศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มีแรงจูงเพื่อแสวงหาความรู้อย่างแท้จริง จะส่งผลให้นักศึกษาได้รับประโยชน์จากการเรียนมากกว่านักศึกษาที่เรียนไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเป้าหมาย รอรับใบปริญญาอย่างเดียว เนื่องด้วยนักศึกษาที่มีแรงจูงใจเรียน เพื่อรู้ลึก รู้จริง และต้องการนำไปใช้ประโยชน์ ย่อมมีแนวโน้มตั้งใจเรียน มีความสุขกับการเรียน สามารถต่อยอดองค์ความรู้ในสาขานั้น ๆ ได้มาก และจะกลายเป็นกำลังคนที่มีคุณภาพป้อนสู่ตลาดแรงงาน และมีส่วนในการพัฒนาประเทศ

Credit สยามรัฐรายวัน

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

Hot news. มธ.







****** ไฟไหม้ โรงอาหารกลาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ******

ปทุมธานี-ไฟไหม้โรงอาหารม.ธรรมศาสตร์ฯ นศ.นั่งกินข้าวหนีตายต้นเพลิงเตาปิ้งร้านสเต๊กเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารกลาง ภายใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก เทศบาลคลองหลวง เทศบาลท่าโขลง และอบต.คลองสาม นำรถดับเพลิง 5 คัน เพื่อควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ เนื่องจากหลังคาของอาคารเป็นโฟมกันร้อน จึงทำให้ไฟลุกไหม้ได้ง่าย แต่เจ้าหน้าที่ก็ใช้น้ำฉีดไล่บนหลังคา และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ใช้เวลานาน 30 นาที
ส่วนสภาพภายในโรงอาหาร ทรัพย์สิน โต๊ะอาหาร และร้านค้านับ 10 กว่าร้าน ได้รับความเสียหายทั้งอาคารสอบสวน นางเกสร นุ่มอินทร์ อายุ 33 ปี พนักงานร้าน บีเคเค กริลล์ ให้การว่า ขณะอยู่ด้านหลังของร้าน ได้เปิดเตาปิ้งอาหาร ซึ่งจะเปิดไว้พออุ่น ๆ เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว หากมีลูกค้ามาสั่งจึงจะเร่งเตาเพื่อทำอาหารให้ลูกค้าที่สั่ง ก่อนเกิดเหตุเห็นน้ำคล้ายน้ำมันหยดลงมาจากปล่องเครื่องดูดอากาศ หยดลงเตาย่าง จนเกิดไฟลุกเพียงเล็กน้อย จังหวะนั้นจึงรีบวิ่งไปบอกให้คนมาช่วยดับไฟ แต่ช่วงที่วิ่งออกมาจากร้านไฟเกิดลุกไหม้ขึ้นหลังคาอย่างรวดเร็ว ทำให้นักศึกษา และพ่อค้าแม่ค้า ในโรงอาหารต่างพากันวิ่งหนีตายกัน ส่วนตนเองตกใจจึงวิ่งหนีออกมาแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับเพลิง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าต้นเพลิงมาจากร้าน บีเคเค กริลล์ ซึ่งเป็นร้านขายอาหารประเภทปิ้ง ย่าง แต่มีน้ำมันจากท่อปล่องดูดอากาศระบายความร้อนหยดลงใส่ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ แต่สามารถควบคุมเพลิง ตรวจสอบภายในอาคารทราบว่ามีบรรดานักศึกษากำลังเข้ามานั่งรับประทานอาหารภายในโรงอาหาร พบว่ามีอาหารที่สั่งมาวางบนโต๊ะและยังรับประทานไม่เสร็จ แต่เนื่องจากเกิดเหตุ จึงรีบวิ่งหนีออกมาจากตัวอาคาร จึงโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนค่าเสียหายอยู่ระหว่างการสอบสวน และได้กันบุคคลภายนอกห้ามเข้าภายในตัวอาคาร เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง